แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูกพลัม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูกพลัม แสดงบทความทั้งหมด
, , , , ,

ลูกไหน คือ ลูกพลัม ลูกพรุน

  "ลูกไหน คือ ลูกพลัม ลูกพรุน" 

เพิ่งรู้ว่า "ลูกพรุน ลูกไหน ลูกพลัม" คือผลไม้ชนิดเดียวกัน
ลูกพรุน (Prunes) / ลูกพลัม (Plum) / ลูกไหน

หลายคนคงสงสัยว่าผลไม้นี้เรียกว่าอย่างไรกันแน่ แล้วมันต่างกันอย่างไร
ผลไม้ ทั้ง 3 ชนิดนี้คือ ผลไม้ชนิดเดียวกัน เพียงแต่ลูกพรุนคือผลจากการนำลูกพลัมมาตากแห้ง ส่วนลูกไหน ก็เป็นชื่อที่คนจีนเรียกลูกพลัมนั่นเอง



ลูกพรุนนี้มีคุณค่าอาหาร สูงมาก อุดมไปด้วยไฟเบอร์ (เส้นใย) แมกนีเซียม เหล็ก โปแตสเซียม และวิตามินบี สำหรับสาวๆที่อยากลดน้ำหนักกินลูกพรุนเยอะๆจะดีมาก เพราะลูกพรุนมีไขมันต่ำ แคลอรี่น้อย และสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ อีกด้วย


ลูกพลัม สายพันธุ์ ซานต้าโรซ่า (Santa Rosa plum)

American prune


ประโยชน์
1. มีกากใยธรรมชาติ Dietary fiber จำนวนมากหลายชนิด ซึ่งเป็นทั้งชนิดที่ละลายน้ำได้ และละลายน้ำไม่ได้ ยังมีส่วนช่วยลดโคเลสเตอรอลได้
2. ลดไขมันในเลือด (LDL cholesterol)
3. มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก
4. เป็นอาหารที่มีวิตามินซี วิตามินอี แหล่งที่ดีของธาตุเหล็ก และไฟเบอร์ หรือกากใยอาหาร
5. น้ำลูกพรุนแม้จะมีรสหวานแต่ประกอบไปด้วยน้ำตาลหลายชนิด ฟรุคโตสและซอร์บิทอล ซึ่งไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างรวดเร็ว
6. ช่วยระบายรักษาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัย ทั้งในผู้ใหญ่และแม้ในเด็กเล็ก (แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กก็ควรปรึกษาแพทย์ด้วยเสมอ)


ข้อควรระวังในน้ำลูกพรุน
เนื่องจากน้ำลูกพรุน มีโปแตสเซียมสูง จึงไม่ควรรับประทานในผู้ป่วยโรคไตวาย ระยะหลังที่ได้รับการ ล้างไต แต่ถ้าไม่ได้เป็นโรคไตชนิดนี้ก็จะรับประทานได้โดยปลอดภัย และไม่ทำให้เป็นโรคไตใดๆ ทั้งสิ้น รับประทานจะมีผลดีต่อสุขภาพ โดยไม่ทำให้เกิดโรคไตวายแต่อย่างใด
นอกจากนี้น้ำลูกพรุน มีส่วนช่วยระบาย จึงไม่ควรรับประทานเป็นจำนวนมาก เพราะจะทำให้ท้องเสียได้ในบางคน ไม่ควรรับประทานครั้งละมากๆ รับประทานครั้งละ 15-30 ซีซี ต่อคน
น้ำลูกพรุนจึงเป็นอาหารที่มีประโยชน์มีวิตามิน แร่ธาตุและใยอาหารสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีรสชาติอร่อย น่ารับประทาน และยังช่วยระบาย ซึ่งนับเป็นยาระบายที่ปลอดภัยแม้ในเด็ก



http://board.postjung.com/

, , , ,

ลูกไหน คือ ลูกอะไร พลัม พรุน

                              ลูกไหน????

ลูกไหน ผลไม้ชื่อแปลกที่หลายคนทะเลาะกับแม่ค้ามาแล้วเวลาถามชื่อ "ลูกอะไรแม่ค้า ลูกไหน ..ก็ลูกนี้ไง...ลูกไหน...?x@$" แถมมีหลายชื่อให้ชวนงง บางที่เรียกลูกพรุน บางแห่งเรียกลูกพลัม

เอาเป็นว่าเป็นผลไม้เดียวกัน ลูกพรุนก็คือลูกพลัมตากแห้ง ส่วนลูกไหนคือชื่อที่คนจีนเรียก ผลสดกินได้ แช่อิ่ม หรือนำไปตากอบแห้งก็ได้


ประโยชน์ของ “ลูกไหน” อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนการที่ดีต่อร่างกายมากมาย อาทิ มีวิตามิน แร่ธาตุหลายชนิด โดยเฉพาะมีธาตุเหล็กสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ มากด้วยกากใยอาหาร ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ชะลอความแก่ เสริมสร้างกระดูก บำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา บำรุงการไหลเวียนโลหิต


ดังนั้นเข้าใจตรงกันแล้วนะ “ลูกไหน” คือ ลูกอะไร

, , , ,

ไขความลับ “ชาผู่เอ๋อ” ตำนานชาลดน้ำหนัก 2,000 ปี

..ไขความลับ “ชาผู่เอ๋อ”

..ตำนานชาลดน้ำหนัก 2,000 ปี


ชาผู่เอ๋อ (จีน: 普洱茶) เป็นชาที่ปลูกทางภาคใต้ของมณฑลหยุนหนาน (ยูนนาน) ที่อำเภอผู่เอ๋อ โดยชนชาติหยี ซึ่งเป็นชนชาติส่วนน้อยของมณฑลหยุนหนาน ชาผู่เอ๋อ นับว่าเป็นชาที่ดังและมาแรงมากในปัจจุบัน เปรียบกันว่ามีราคาเท่ากับทองคำเลยทีเดียว ชาผู่เอ๋อเป็นชาหมัก น้ำชามีสีดำ ผลิตมากจากชาพันธ์ใบใหญ่ยูนนานเท่านั้น ชาชนิดนี้ผู้ใดได้ดื่มเป็นครั้งแรกจะรู้สึกว่ามีกลิ่นแรงและรสชาติเข้มข้นมาก แต่เมื่อดื่มเป็นครั้งต่อๆ ไปจะรู้สึกติดใจจนลืมไม่ลง ชาผู่เอ๋อมีกรรมวิธีการผลิตแบบโบราณ

โดยการหมักไว้ในเข่งตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่และรองด้วยใบตอง หมักแล้วอัดเป็นก้อนตั้งแต่ขนาดเท่าหัวแม่มือ ไปจนถึงขนาดเท่าโต๊ะกลม ๆ แล้วเก็บไว้ตั้งแต่ 1 ปี 5 ปี 10 ปี ไปจนถึง 20 ปี แล้วนำออกขายเมื่อ 2,100 ปีก่อน ได้มีการค้นพบใบชาและริเริ่มการปลูกชา ในเวลาต่อมา แต่ชาผู่เอ๋อนั้น ได้มีประวัติความเป็นมาราวๆ 1,700 กว่าปี


คุณสมบัติของชาผู่เอ๋อ นอกจากจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ Polyphenol Catechin แล้ว ยังมีเอ็มไซม์ พิเศษที่เกิดจากการหมักชา ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้างความร้อนของร่างกาย และการเผาผลาญพลังงาน ทำให้ ลดการเกิดปัญหาโรคอ้วน
เอ็มไซม์พิเศษตัวนี้ ยังทำให้ไขมันจับตัวกันเป็นก้อนและถูกขับออกจากร่างกายทางระบบขับถ่าย
ดังนั้นคนจีนจึงนิยมดื่มชาผู่เอ๋อระหว่างหรือหลังอาหารเพื่อชำระล้างไขมัน & น้ำมันต่างๆ ในอาหารออกจากร่างกาย


มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับชาผู่เอ๋อมากมาย แต่ผลงานวิจัยที่โดดเด่นชิ้นหนึ่ง นั่นคือ ผลงานของศาสตราจารย์เบนาร์จั๊คท์ของโรงพยาบาลในกรุงปารีสให้คนไข้ที่มีไขมันในเลือด มากเกินไป 20 คนดื่มน้ำชาผู่เอ๋อวันละ 3 ชาม เมื่อหนึ่งเดือนผ่านไป พบว่าไขมันในเลือดของคนไข้เหล่านี้ได้ลดลงไปหนึ่งในสี่ แต่ไขมันในเลือดของคนไข้ที่ดื่มน้ำชาชนิดอื่น ซึ่งได้ดื่มน้ำชาเท่ากันนั้น กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย


ชาผู่เอ๋อ ลดระดับคอเลสเตอร์รอล ไตรกลีเซอไรด์  ช่วย ลดไขมันเลว (LDL) และ เพิ่มไขมันดี (HDL) ในกระแสเลือดจึงทำให้เลือดสะอาด
ช่วยควบคุมความดันโลหิตสูง และมีคุณสมบัติในการชะลอการปล่อย glucose สู่กระแสเลือด จึงช่วยต้านการเกิด โรคเบาหวาน& ลดปัญหาน้ำตาล, ไขมัน และความดันในเส้นเลือด

ชาผู่เอ๋อมีแบคทีเรียที่มีประโยชน์ บางชนิด  ที่ช่วยในเรื่อง ระบบขับถ่าย แก้ท้องผูก และขับของเสียสารพิษ ออกจากร่างกายได้ดี ดังนั้นนักดื่มชาทั้งหลายจึงชาผู่เอ๋อว่า “ชาอายุวัฒนะ” เพราะสาเหตุหลักของความเสื่อม และโรคภัยต่างๆ นั้น  มาจากการสะสมสารพิษเข้าไปทุกวัน แต่ขับออกมาไม่หมด

หากมีการชงชาผู่เอ๋อในปริมาณ และระดับความเข้มข้นที่เหมาะสม  เมื่อดื่มเข้าไปในร่างกาย ชาผู่เอ๋อจะทำหน้าที่เหมือนกับแผ่นฟิล์มบางๆ ที่ช่วยในการ ปกป้องและเคลือบกระเพาะอาหาร เมื่อดื่มติดต่อกันก็จะช่วยดูแลอวัยวะในส่วนของกระเพาะอาหารให้มีความสมบูรณ์อยู่เสมอ..


, , ,

5 วิธีลดด่วน สำหรับคนอ้วนลงพุง

5 วิธีลดด่วน สำหรับคนอ้วนลงพุง

5 วิธีลดด่วน สำหรับคนอ้วนลงพุง (emaginfo)

          โรคอ้วนลงพุงหรือ Metabolic syndrome เป็นภาวะที่อ้วนโดยเฉพาะส่วนเอวและทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายหลายระบบ Metabolic syndrome คำนี้เป็นคำศัพท์ทางการแพทย์ที่ใช้การอย่างแพร่หลาย หมายถึงกลุ่มโรคที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติ ส่งผลทำให้เกิดโรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ในที่สุดจะเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง สมัยก่อนเรียกกลุ่มโรคนี้ว่า Syndrome X, insulin resistance syndrome


      เกณฑ์การวินิจฉัย

          เพราะในการวินิจฉัยภาวะอ้วนลงพุงตามเกณฑ์ของ Adult treatment Panel III และดัดแปลงมาใช้กับชาวเอเชีย ผู้ป่วยจะต้องมีลักษณะ 3 ใน 5 ข้อดังต่อไปนี้

         1. จะต้องอ้วนชนิดลงพุง กล่าวคือมีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตร และ 80 เซนติเมตร ในชายและหญิงตามลำดับ

         2. มีความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท หรือได้รับยารักษาความดันโลหิต

         3. มีระดับไตรกลีเซอไรด์มากกว่า 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือเป็นผู้ที่เป็นไขมันสูงและได้รับยาลดไขมัน

         4. มีระดับไขมันชนิดดีน้อยกว่า 40 และ 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร สำหรับชายและหญิง หรือผู้ที่เป็นไขมันสูงและได้รับยาลดไขมัน

         5. มีระดับน้ำตาลสูงกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หรือเป็นผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานชนิดที่ 2

          จากเกณฑ์การวินิจฉัยดังกล่าว คุณเพลินใจ ซึ่งมีรอบเอวเกิน 80 เซนติเมตร มีความดันโลหิตเกิน 130/85 มิลลิลิตรปรอท ไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงถึง 300 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จึงเข้าเกณฑ์ของภาวะอ้วนลงพุง ในขณะที่คุณคณิตไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว เพราะรอบเอวไม่เกิน 90 เซนติเมตร และความดันโลหิตไม่เกิน 130/85 มิลลิลิตร ถึงแม้ว่าจะมีระดับไขมันในเลือดเท่ากันก็ตาม

          โดยผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 3 ข้อ ซึ่งเข้าข่ายว่าเป็นภาวะอ้วนลงพุงนั้น มีอัตราเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2 เท่า ส่วนผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 4 ข้อ จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 3 เท่า รวมถึงเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น 24 เท่า ซึ่งกรณีของคุณเพลินใจที่มีปัจจัยเสี่ยง 3 ข้อ จึงมีอัตราการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2 เท่า

          ภาวะอ้วนลงพุงก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพหลายประการ โดยขึ้นกับองค์ประกอบของโรค ได้แก่

           ทำให้หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบจึงเกิดโรคหัวใจได้ง่าย

           ไตจะขับเกลือออกได้น้อยลง ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

           ไขมันไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดตีบ เพราะเลือดจะแข็งตัวได้ง่ายทำให้อุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหรือหัวใจ ทำให้เป็นโรคเบาหวานได้ง่าย

          จะเห็นว่าผลเสียส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อหลอดเลือดแดงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน หรือเบาหวาน

วิธีลดพุง


      การรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม

          เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นกลุ่มโรค metabolic syndrome ผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดและโรคเบาหวาน รวมถึงจะต้องได้รับการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดอื่นด้วย ทำให้การรักษาโดยการปรับพฤติกรรมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น

         1. การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ด้วยการลดอาหารประเภทไขมันลง โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีมากในเนื้อสัตว์ที่ติดมัน หนังสัตว์ อาหารทะเลพวกกุ้งและปลาหมึก น้ำมันจากสัตว์ น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว โดยไม่ควรรับประทานอาหารพวกแป้งเกินร้อยละ 50 ของอาหารที่รับประทาน แต่ให้รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ธัญพืช ข้าวกล้อง ผัก พืชตระกูลถั่ว

         2. ลดอาหารเค็ม ทั้งนี้เพื่อช่วยลดความดันโลหิต

         3. ลดน้ำหนัก พบว่าการลดน้ำหนักลงร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตัว จะชะลอหรือลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง

         4. แนะนำให้ออกกำลังกายวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน ซึ่งจะช่วยลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ในกรณีที่เป็นโรคเหล่านี้อยู่แล้วการออกกำลังกายจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น

         5. ปรับเปลี่ยนอาหาร


      การปรับเปลี่ยนอาหารที่มีส่วนช่วยลดไขมันช่องท้อง ได้แก่

         1. เปลี่ยน "ข้าวขาว-แป้งขาว-น้ำตาล" เป็นธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังเติมรำ(โฮลวีท) ฯลฯ, ลดเครื่องดื่มเติมน้ำตาล เช่น ชาเขียวรสหวาน-กาแฟเย็น ฯลฯ

         2. กินโปรตีน (ถั่ว เต้าหู้ โปรตีนเกษตร งา ไข่ เนื้อ นม) ที่ไม่ผ่านการทอด ลดเนื้อสำเร็จรูป ลดเนื้อติดมัน ลดอาหารทอด

         3. ลดไขมันอิ่มตัว เช่น กะทิ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ฯลฯ

         4. ลดไขมันทรานส์ หรือไขมันแปรรูปในโรงงาน เช่น เบเกอรี่ คุกกี้ เค้ก ขนมใส่ถุง ฟาสต์ฟูด ฯลฯ

         5. ไม่ลดน้ำหนักเร็วเกิน 1/2 กก./สัปดาห์ เนื่องจากร่างกายอาจปรับตัวเข้าสู่ภาวะขาดอาหาร ซึ่งจะเพิ่มการสะสมไขมันช่องท้องได้ (การลดน้ำหนักเร็วเพิ่มเสี่ยงหนังเหี่ยว หน้าแก่ได้เช่นกัน)


          หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน หรือความดันโลหิตได้ตามเป้าหมาย ก็จำเป็นต้องใช้ยาในการควบคุม โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับโรคที่เป็น
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บ : http://health.kapook.com/

, , ,

อาหารแคลอรีต่ำ กินตอนดึกไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นแน่นอน!!!

อาหารแคลอรีต่ำ กินตอนดึกไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นแน่นอน!

หากคุณเป็นหนึ่งในสาวที่ชอบนอนดึกเป็นประจำ อาการหิวโหยรอบดึกย่อมมาเยือนบ่อยครั้งเป็นแน่ ดังนั้น เราจะต้องเตรียมตุนอาหารแคลอรีต่ำติดตู้เย็นเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เราเผลอหยิบอาหารแคลอรีสูงที่ทำให้อ้วนมากินนั่นเอง ว่าแต่มีอะไรบ้างละ ..เรามาดูกันเลยดีกว่า

1.โยเกิร์ตไขมันต่ำ

เมื่อไรที่นอนดึกหรือเกิดอาการหิวยามดึก เชื่อว่าสาวๆ หลายคนมักจะเปิดตู้เย็นหยิบนมพร่องมันเนยมากินให้อิ่มท้อง แต่บางครั้งมันก็ไม่ได้ทำให้เราอิ่มท้องเสมอไปจริงมั้ยคะ ในขณะเดียวกัน นอกเหนือจากนมแล้ว เรายังมีทางเลือกให้สาวๆ หันมากินอาหารประเภทแคลเซียมสูงอย่างนมในอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นก็คือ โยเกิร์ตนั่นเอง แต่ต้องเป็นโยเกิร์ตแบบไขมันต่ำเท่านั้น เนื่องจากโยเกิร์ตให้แคลอรีเพียงแค่ 100 kcal แต่กลับอุดมด้วยสารอาหารดีๆ อย่างแคลเซียมและโปรตีนสูง นอกจากนี้ ยังมีแบททีเรียชนิดดีต่อลำไส้ หากกินตอนดึกเบาๆ สักถ้วย ตื่นเช้าขึ้นมาระบบขับถ่ายของคุณจะต้องทำงานดีเยี่ยมสุดๆ และหากใครอยากได้ไฟเบอร์ก็สามารถหั่นผลไม้ลงไปเพิ่มอรรถรสความอร่อยได้เลย
ส้ม แอปเปิ้ล

2.แอปเปิ้ล

สาวคนไหนที่ชอบนอนดึกเป็นประจำและมักจะมีอาการหิวรอบดึก นั่นเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่การอาหารกินยามดึกแบบผิดๆ นับเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทั้งสิ้น เพราะนอกจากจะทำให้รูปร่างอ้วนเผละได้ง่ายแล้ว ยังเสี่ยงมีปัญหาสุขภาพตามมาภายหลังได้ด้วย อาหารที่เราอยากแนะนำก็คือ ผลไม้กรุบกรอบอย่างแอปเปิ้ลหรือส้มนั่นเอง สำหรับแอปเปิ้ล 1 ผลมีแคลอรีเพียง 80 kcal เท่านั้น หากกลับอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระเพียบ แต่ไม่ควรปอกเปลือกออกนะคะ ยิ่งหากเรากินทั้งเปลือกได้จะดีมาก เพราะเปลือกของแอปเปิ้ลเป็นไฟเบอร์ที่มีคุณภาพ เนื่องจากมันมีสารเพคตินอยู่ภายในเปลือกที่จะเข้าไปพองตัวภายในกระเพาะอาหาร เราจึงรู้สึกหนักท้องนานและอิ่มเร็วขึ้น นอกจากนี้ มันยังส่งผลให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นอย่างช้าๆ จึงมีผลดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือผู้ที่มีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดไม่ปกติ การกินแอปเปิ้ลนี่แหละจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้เป็นอย่างดีแน่นอน

3.ส้ม

คุณรู้ไหมว่าส้มเพียง 1 ผล ให้แคลอรีเพียง 40 kcal เท่านั้น แต่กลับมากไปด้วยใยอาหารที่อยู่รายรอบผลของมัน ใยสีขาวที่สาวๆ ชอบแกะออกเวลาจะกิน เปรียบดั่งไม้กวาดที่จะคอยกวาดล้างไขมันและของเสียออกจากร่างกายอย่างได้ผล ช่วยป้องกันปัญหาท้องผูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีซึ่งจะช่วยสร้างความสดชื่นผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี แถมใครที่เครียดบ่อยๆ กินส้มจะช่วยได้แน่นอน ฉะนั้น มื้อดึกมาถึงอย่าลืมนึกถึงส้มกันนะคะ

4.น้ำเปล่า

อีกหนึ่งตัวเลือกในมื้อดึก สำหรับสาวๆ ที่สามารถอดกลั้นไม่กินอาหารทุกชนิดได้ แนะนำให้หมั่นจิบน้ำเปล่าเป็นระยะค่ะ เพราะน้ำเปล่าช่วยให้เราหนักท้องได้นานจริงๆ มันจึงช่วยควบคุมความหิวอาหารยามดึกได้อย่างน่าทึ่งสุดๆ ที่สำคัญยังไร้แคลอรีอีกด้วย ยิ่งกินมากตลอดวัน รับรองไม่มีน้ำหนักขึ้นแน่นอน มีแต่จะยิ่งผอมเพรียวลงได้ง่ายค่ะ
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับอาหาร 4 ชนิดที่เหมาะสมกับมื้อดึกของสาวๆ ใครที่นอนดึกเป็นประจำ อย่าลืมหันมากินอาหารเหล่านี้ลดน้ำหนักกันล่ะ รูปร่างของคุณจะได้ผอมเพรียวอย่างใจต้องการไปตลอดทุกวัน
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซด์ http://www.18fat.com/
ข้อมูลเพิ่มเติม

5.พลัม ดีไลท์ 

ด้วยใยอาหารจากธรรมชาติสองชนิดจากผลพลัม แบบชนิดไม่ละลายน้ำ ปัดกวาดเช็ดถูดูแลลำไส้ ซึมซับสารพิษ เร่งการขับถ่าย เพิ่มอุจจาระ ป้องกันท้องผูก รื้อต้นตอท้องผูก ทำให้รู้สึกอิ่มนาน เป็นอาหารพรีไบโอติคด้วย และแบบชนิดไม่ละลายน้ำ ช่วยดูดซับน้ำตาล รักษาระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อน้ำตาลไม่ลงเร็วเราก้อจะไม่หิวง่ายไม่เพลียง่าย ช่วยดูดซับโคเรสตอรอล ป้องกันเส้นเลือดอุดตัน

และจุดเด่นของพลัมดีไลท์ ที่ใช้ 3 กลไกการลดน้ำหนักที่ลงตัว

Detox Block and Bern
1. โปรไบโอติก ช่วยดีท๊อกร่างกายปรับสมดุลระบบการขับถ่าย
2. ชาเขียว ช่วยเผาผลาญไขมันเก่า
3. ชาฝู่เอ๋อ ช่วยเผาผลาญไขมันใหม่

อร่อยฟินเว่อร์!! เห็นผลตั้งแต่เม็ดแรก ถ้าไม่เชื่อ…ต้องลองค่ะ ‪โปรโมชั่นพิเศษจาก 1,500 บาท เหลือเพียง 1,190 บาท แชทมาวันนี้ จัดส่ง ems ฟรี!! ทั่วประเทศ 

แอดไลน์มาเล๊ย : aui_butterfly

, , , ,

ลูกพลัม หรือ ลูกไหน สุดยอดผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก

  ผลไม้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่มนุษย์ทุกคน จะพึงมี เพราะ นอกจากจะช่วยให้อิ่มท้องในยามรับประทานด้วย ผลไม้บางชนิดยังมีสรรพคุณต่างๆ นาๆ อย่างดีที่จะช่วยเสริมสร้างหรือแก้ไขส่วนที่สึกหรอให้กับร่างกาย เพื่อที่จะไปช่วยฟื้นฟูหรือซ่อมแซมส่วนต่างๆ ให้เราสามารถใช้งานหรือเพิ่มประสิทธิ์ภาพให้ดีกว่าเดิม
ลูกไหน สุดยอดผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก
        ผลไม้อย่าง “ลูกพลัม” หรือ ลูกพรุน หรือ ลูกไหน นั้น ถือได้ว่าเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งซึ่งมากด้วยสรรพคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ซึ่งเราจะเห็นได้จากโฆษณาจำพวกผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักส่วนมากที่มักจะบอกว่ามีส่วนประกอบของเม็ดลูกพรุน แต่ในขณะเดียวกัน ”ลูกพลัม” ก็สามารถสร้างประโยชน์ให้กับร่างกายได้มากกว่าการช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย
ลูกไหน สุดยอดผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก
        ลักษณะของ “ลูกพลัม”
      
       ลูกพลัม เป็นไม้ผลที่มีผลแบบเมล็ดเดียวแข็ง อยู่ในสกุล Prunus สกุลย่อย Prunus ซึ่งเป็นสกุลย่อยที่แตกต่างจากสกุลจำพวก ลูกท้อ หรือ เชอร์รี่ ลักษณะของผลไม้ชนิดนี้ กล่าวคือ ตรงหน่อมีตายอดและตาข้างเดียว ดอกออกเป็นกลุ่ม 1-5 ดอกบนก้านสั้นๆ ผลมีร่องยาวด้านข้าง และเมล็ดเรียบ
      
        เมื่อผลโตเต็มที่ จะมีนวลสีขาวปกคลุม สามารถถูกออกได้ง่าย และ เมื่อสุกเปลือกสีม่วงอมดำ เนื้อสีเหลือง มีรสหวานหรือหวานอมเปรี้ยว
ลูกไหน สุดยอดผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก
        สรรพคุณและประโยชน์ของ “ลูกพลัม”
      
       สำหรับสรรพคุณและประโยชน์ของลูกพลัมนั้น สามารถแบ่งตามการแปรรูป กล่าวคือ
      
       พลัมสด จะมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด เริ่มจากสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นรงควัตถุที่ทำให้ผักผลไม้มีสีแดงหรือม่วง ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและโรคมะเร็ง แถมมีวิตามินซีที่สำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก และมีวิตามินเอที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลส์และเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย
      
       ส่วน พล้มแห้ง หรือ ลูกพรุน นั้น ก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน คือ เป็นแหล่งที่มีโพแทสเซียมและเหล็กเข้มข้นมากกว่าพลัมสด เพราะมีความหวานของพรุนที่เกิดจากน้ำตาลธรรมชาติหลากชนิด ซึ่งมากกว่าหนึ่งในสามของพรุนเป็นน้ำตาล ที่มีทั้งน้ำตาลฟรักโทสและกลูโคส ซึ้งเมื่อได้รับประทานเข้าไปแล้ว จะได้รับพลังงานอย่างรวดเร็ว แถมยังมีเส้นใยอาหารทั้งชนิดละลายและไม่ละลายน้ำ จึงแปรสภาพเป็นกากใยอาหารในลำไส้ และช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เปรียบเสมือนยาระบายอ่อนๆ ก็ไม่ผิดนัก และสามาารถป้องกันมะเร็งลำไส้ได้เป็นอย่างดี
      
       และแน่นอน พลัมแห้ง นี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับในการลดน้ำหนัก เพราะไม่มีทั้งไขมันและคอเลสเตอรอล ในผลไม้ชนิดนี้ แถมตัวเส้นใยอาหารในลูกพลัมยังช่วยทำให้อิ่มได้นาน จึงอาจทำให้ช่วยลดปริมาณในการรับประทานอาหารประเภทต่างๆ ไปโดยปริยาย
ลูกไหน สุดยอดผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก
        ข้อควรระวังสำหรับ “ลูกพลัม”
       
       ในท่ามกลางประโยชน์ของ “ลูกพลัม” นี้ ก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน เพราะเนื่องจากลูกพลัม มีโปแตสเซียมค่อนข้างสูง จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตวาย ในช่วงการล้างไต อย่างยิ่ง และ ไม่ควรที่จะรับประทานจนมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสียในบางรายได้ ทางที่ดีควรรับประทานครั้งละน้อยๆ แต่ทานได้หลายๆ ครั้ง ควรจะดีกว่า 


ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ http://www.manager.co.th

, , , ,

“เห็ดเข็มทอง” อาหารมหัศจรรย์ สรรพคุณลดน้ำหนักอันดับ 1 ของโลก

 ถึงเวลาแล้วที่เราควรหันมามอง “เห็ดเข็มทอง” ในแง่มุมใหม่ เพราะวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า แค่เพิ่มเห็ดเข็มทองในอาหารทุกวันก็จะได้อาหารเพื่อสุขภาพที่สามารถเนรมิตหุ่นเราให้ผอมเพรียวและมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้
“เห็ดเข็มทอง” อาหารมหัศจรรย์ สรรพคุณลดน้ำหนักอันดับ 1 ของโลก
        ดร.เอะงุชิ ฟุมิโอะ ดุษฎีบัณฑิตด้านโภชนาการ และเจ้าของผลงานเขียนเรื่อง “เห็ดเข็มทอง” อธิบายให้ฟังว่า เห็ดเข็มทองมีสรรพคุณทางยามากมาย วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ออกมาแล้วว่า ในเห็ดเข็มทองมีเส้นใยอาหารมากกว่ากะหล่ำปลีราว 2 เท่า
      
       “ยิ่งกว่านั้น ส่วนประกอบของโครงสร้างเส้นใยอาหารก็มีลักษณะเฉพาะต่างจากเห็ดชนิดอื่น ส่วนประกอบดังกล่าวเป็นสารพอลิแซ็กคาไรด์ ที่เรียกว่าไคโทซานเห็ด (ไคโทกลูแคน) ซึ่งมีปริมาณมากที่สุดในบรรดาเห็ดทั้งหลาย ไคโทซานเห็ดจะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานอย่างแข็งขันเพื่อย่อยสลายเส้นใยเหล่านี้ และเมื่อไคโทซานเห็ดละลายเข้าสู่กระแสเลือด จะช่วยดักจับไขมันส่วนเกินในเลือดที่เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคอ้วนแล้วขับออกมาพร้อมอุจจาระ แถมยังช่วยกำจัดไขมันอีกด้วย” ดร.เอะงุชิ กล่าว
      
       มีงานวิจัยออกมามากมายว่า ถ้ารับประทานเห็ดเข็มทองที่อุดมไปด้วยส่วนประกอบดังกล่าว ไคโทซานเห็ดจะช่วยเพิ่มพลังในการขับถ่ายให้ดีขึ้น เมื่ออุจจาระถูกขับออกมาและสภาพในลำไส้ปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพหลายอย่าง ทั้งน้ำหนักลดลง เอวคอดขึ้น สิวฝ้าลดลง ผิวพรรณมีน้ำมีนวลขึ้น...ความเปลี่ยนแปลงที่แสนวิเศษนี้เป็นสิ่งที่คาดหวังได้จากเห็ดเข็มทองอย่างไม่ต้องสงสัย
“เห็ดเข็มทอง” อาหารมหัศจรรย์ สรรพคุณลดน้ำหนักอันดับ 1 ของโลก
        “ปัจจุบันที่เมืองนะกะโนะ ประเทศญี่ปุ่นกำลังนิยมกิน “น้ำแข็งเห็ด” ซึ่งคิดค้นโดยฮิโระฟุมิ อะโตะ นายกสมาพันธ์สหกรณ์การเกษตรแห่งเมืองนะกะโนะรสชาติของเห็ดเข็มทองเมื่อเป็นน้ำแข็งเห็ดจะยิ่งกลมกล่อมและเข้มข้นขึ้น เมื่อนำไปใส่อาหารจะทำให้มีเนื้อมีหนังมากขึ้น รสชาติก็อร่อยถ้าใส่ในซุปมิโซะกินกันทุกวัน ผ่านไป 3 เดือน เอวกางเกงจะหลวมขึ้นทันตาเห็นทีเดียว”
      
       “น้ำแข็งเห็ด” นอกจากกินง่ายสบายท้องแล้ว ยังมีข้อดีที่ไม่ควรมองข้ามคือเส้นใยอาหารที่แข็งแรงของเห็ดเข็มทองจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้น หากนำมาปรุงกินแบบธรรมดา ถ้าเคี้ยวให้ละเอียดก็ได้รับสารอาหารเหมือนกัน แต่ถ้าใช้วิธีใหม่คือทำเป็นน้ำแข็งเห็ด จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่มีสรรพคุณทางยามากกว่าปรุงแบบธรรมดา

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซด์ http://www.manager.co.th

, , ,

16 ท่าออกกำลังกายง่ายๆที่บ้าน..หุ่นดีได้ไม่ง้อฟิตเนส

16 ท่าออกกำลังกายแบบง่ายๆ อยู่ที่บ้าน..หุ่นดีได้ไม่ต้องง้อฟิตเนส

 

1. กระโดดตบ : หัวใจ,ร่ายกายแข็งแรง

thumb

2. เดินยกเท้าสูงอยู่กับที่ : หัวใจ,ขา

thumb (1)““”””””””””””

3. หันหลังดันแขนกับเก้าอี้ : กล้ามเนื้อหลังแขน

thumb (2)“”””””””””

4. สะพานโค้งยกสะโพก : กล้ามเนื้อสะโพก, ขา

thumb (3)“””””””””””

5. วิดพื้นกับโต๊ะ : หน้าอก, กล้ามเนื้อหลังแขน, ลำตัว

thumb (4)“””””””””””””

6. ท่อนแขนยันพื้นเหยียดตรง : กล้ามหน้าท้อง, ลำตัว

thumb (5)“””””””””””””

7. ตัววี : ลำตัว, กล้ามเนื้อหน้าท้อง

thumb (6)“””””””””””””””

8. ดันพื้นเท้าสูง : หน้าอก, กล้ามเนื้อหลังแขน, ไหล่, คอ


thumb (7)
“”””””””””””

9. ท่าย่อเข่า : ขา, กล้ามเนื้อสะโพก

thumb (8)“””””””””””””””

10. ยกแขนขึ้นลงด้านหลัง : กล้ามเนื้อหลังแขน
(สามารถใช้วัตถุที่มีน้ำหนักใดๆ ก็ได้)

thumb (9)“””””””””””””””””

11. เตะเท้าด้านหลัง : กล้ามเนื้อสะโพก

thumb (10)“””””””””””””””

12. ท่าครันช์ (Crunch) หรือ ซิท-อัพ (sit-ups) : กล้ามเนื้อหน้าท้อง

thumb (11)

13. บริหารกล้ามเนื้อแขน

thumb (12)“””””””””””””””

14. นั่งพิงกำแพง : ขา, กล้ามเนื้อสะโพก

thumb (13)“””””””””””””””

15. เขย่งบนบันได : น่อง

thumb (14)“”””””””””””””

16. ท่าสควอช (Squats) : บริหารต้นขา, กล้ามเนื้อสะโพก,หลังช่วงล่าง

thumb (15)



 

ลดน้ำหนักเร่งด่วนด้วยผลไม้ สนใจโทร 0863660842 © 2012 | Designed by Cheap Hair Accessories

Thanks to: Sovast Extensions Wholesale, Sovast Accessories Wholesale and Sovast Hair