แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พลัมดีไลท์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พลัมดีไลท์ แสดงบทความทั้งหมด
, , , , , ,

ลดอ้วนด้วยยาลดน้ำหนัก ต้นตอของอาการ “โยโย่ เอฟเฟค” (YoYo Effect)

ลดอ้วนด้วยยาลดน้ำหนัก ต้นตอของอาการ “โยโย่ เอฟเฟค” (YoYo Effect)



ต้นตอของอาการโยโย่ เกิดจากการทานยาลดน้ำหนักที่มีส่วนผสมของสารกดประสาท เพื่อให้คนที่กินยาลดน้ำหนักทานอาหารได้น้อยลง เมื่อทานอาหารน้อยลง ร่างกายก็จะได้รับพลังงานน้อยลง ร่างกายก็จะไปดึงเอาพลังงานจากไขมันที่สะสมในร่างกายมาใช้ จึงส่งผลให้น้ำหนักลดลง แต่การที่ทานอาหารน้อยลง ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร (โดยเฉพาะโปรตีน) ผลที่เกิดขึ้นกับร่างกาย คือ แม้น้ำหนักจะลดลง แต่สูญเสียโปรตีนที่จะไปช่วยเพิ่มพลังงานให้กล้ามเนื้อไปด้วย



เมื่อร่างกายสูญเสียโปรตีนก็จะเผาผลาญน้อยลง ซึ่งการทานอาหารที่ได้พลังงานน้อยเกินไป ร่างกายจะมีการปรับตัวแบบผิดๆ เช่น กินยาลดน้ำหนักร่างกายจะเข้าใจผิดว่าอยู่ในสภาวะขาดอาหาร ร่างกายจะเริ่มหาวิธีประหยัดพลังงาน เพื่อทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานน้อยลง ทำให้ร่างกายเผาผลาญน้อยลง



แต่หากทานยาลดน้ำหนักต่อเนื่องและนานวันเข้า จะยิ่งเสียโปรตีน (กล้ามเนื้อ) ไปมากเท่านั้น และยิ่งทำให้ร่างกายทำงานน้อยลงเท่านั้น ซึ่งหากร่างกายเผาผลาญได้น้อยลง การลดน้ำหนักก็จะยิ่งยากและน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างง่ายดาย เช่น ปกติร่างกายจะเผาผลาญประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี่/วัน แต่หลังจากทานยาลดน้ำหนัก ระดับการเผาผลาญอาจลดลงเป็น 1,200-1,500 กิโลแคลอรี่/วัน (หรือต่ำกว่า) ซึ่งนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “หายนะ”

, , , ,

“เห็ดเข็มทอง” อาหารมหัศจรรย์ สรรพคุณลดน้ำหนักอันดับ 1 ของโลก

 ถึงเวลาแล้วที่เราควรหันมามอง “เห็ดเข็มทอง” ในแง่มุมใหม่ เพราะวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า แค่เพิ่มเห็ดเข็มทองในอาหารทุกวันก็จะได้อาหารเพื่อสุขภาพที่สามารถเนรมิตหุ่นเราให้ผอมเพรียวและมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้
“เห็ดเข็มทอง” อาหารมหัศจรรย์ สรรพคุณลดน้ำหนักอันดับ 1 ของโลก
        ดร.เอะงุชิ ฟุมิโอะ ดุษฎีบัณฑิตด้านโภชนาการ และเจ้าของผลงานเขียนเรื่อง “เห็ดเข็มทอง” อธิบายให้ฟังว่า เห็ดเข็มทองมีสรรพคุณทางยามากมาย วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ออกมาแล้วว่า ในเห็ดเข็มทองมีเส้นใยอาหารมากกว่ากะหล่ำปลีราว 2 เท่า
      
       “ยิ่งกว่านั้น ส่วนประกอบของโครงสร้างเส้นใยอาหารก็มีลักษณะเฉพาะต่างจากเห็ดชนิดอื่น ส่วนประกอบดังกล่าวเป็นสารพอลิแซ็กคาไรด์ ที่เรียกว่าไคโทซานเห็ด (ไคโทกลูแคน) ซึ่งมีปริมาณมากที่สุดในบรรดาเห็ดทั้งหลาย ไคโทซานเห็ดจะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานอย่างแข็งขันเพื่อย่อยสลายเส้นใยเหล่านี้ และเมื่อไคโทซานเห็ดละลายเข้าสู่กระแสเลือด จะช่วยดักจับไขมันส่วนเกินในเลือดที่เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคอ้วนแล้วขับออกมาพร้อมอุจจาระ แถมยังช่วยกำจัดไขมันอีกด้วย” ดร.เอะงุชิ กล่าว
      
       มีงานวิจัยออกมามากมายว่า ถ้ารับประทานเห็ดเข็มทองที่อุดมไปด้วยส่วนประกอบดังกล่าว ไคโทซานเห็ดจะช่วยเพิ่มพลังในการขับถ่ายให้ดีขึ้น เมื่ออุจจาระถูกขับออกมาและสภาพในลำไส้ปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพหลายอย่าง ทั้งน้ำหนักลดลง เอวคอดขึ้น สิวฝ้าลดลง ผิวพรรณมีน้ำมีนวลขึ้น...ความเปลี่ยนแปลงที่แสนวิเศษนี้เป็นสิ่งที่คาดหวังได้จากเห็ดเข็มทองอย่างไม่ต้องสงสัย
“เห็ดเข็มทอง” อาหารมหัศจรรย์ สรรพคุณลดน้ำหนักอันดับ 1 ของโลก
        “ปัจจุบันที่เมืองนะกะโนะ ประเทศญี่ปุ่นกำลังนิยมกิน “น้ำแข็งเห็ด” ซึ่งคิดค้นโดยฮิโระฟุมิ อะโตะ นายกสมาพันธ์สหกรณ์การเกษตรแห่งเมืองนะกะโนะรสชาติของเห็ดเข็มทองเมื่อเป็นน้ำแข็งเห็ดจะยิ่งกลมกล่อมและเข้มข้นขึ้น เมื่อนำไปใส่อาหารจะทำให้มีเนื้อมีหนังมากขึ้น รสชาติก็อร่อยถ้าใส่ในซุปมิโซะกินกันทุกวัน ผ่านไป 3 เดือน เอวกางเกงจะหลวมขึ้นทันตาเห็นทีเดียว”
      
       “น้ำแข็งเห็ด” นอกจากกินง่ายสบายท้องแล้ว ยังมีข้อดีที่ไม่ควรมองข้ามคือเส้นใยอาหารที่แข็งแรงของเห็ดเข็มทองจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้น หากนำมาปรุงกินแบบธรรมดา ถ้าเคี้ยวให้ละเอียดก็ได้รับสารอาหารเหมือนกัน แต่ถ้าใช้วิธีใหม่คือทำเป็นน้ำแข็งเห็ด จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่มีสรรพคุณทางยามากกว่าปรุงแบบธรรมดา

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซด์ http://www.manager.co.th

, , , ,

เตือนภัย!!! ยาลดอ้วนผสม 'ไซบูทรามีน' ผอมสวยแต่เสี่ยงประสาทหลอน

เตือนภัยยาลดอ้วนผสม 'ไซบูทรามีน' ผอมสวยแต่เสี่ยงประสาทหลอน



จากกรณี เจ้าหน้าที่ทหารสนธิกำลังหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าตรวจยึดผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ลดความอ้วนของบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก จากนั้นได้อายัดของกลางมูลค่ากว่า 50 ล้าน หลังตรวจพบสาร “ไซบูทรามีน” Sibutramine ที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพเจือปน สั่งให้หยุดจำหน่ายทั้งทางเฟซบุ๊กและสื่อออนไลน์
ล่าสุด "ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์" ได้มีโอกาสพูดคุยกับ รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) เภสัชกร กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรม โดยได้เผยถึงอันตรายจาก “ไซบูทรามีน” ว่า ตัวยาดังกล่าว ถือเป็นยาลดความอ้วน ที่ออกฤทธิ์กับประสาทส่วนกลาง ทำให้รู้สึกไม่อยากอาหาร ทั้งนี้ ตัวยาดังกล่าว ไม่มีการจดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว แต่เดิมทาง อย. จะถอนทะเบียนยาดังกล่าวออก เนื่องจากมีผลข้างเคียงกับคนที่เป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดต่างๆ แต่ทางบริษัทผู้ผลิตได้ขอถอนทะเบียนยาดังกล่าวออกเอง
"ยาตัวนี้ออกฤทธิ์กับประสาทส่วนกลาง หากมีการรับประทานมากๆ ติดต่อกันนานๆ ก็อาจจะส่งผลให้มีอาการประสาทหลอน ส่วนจะออกฤทธิ์ช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล กินแล้วหลายคนอาจจะรู้สึกคล้ายการติดยา เพราะจะรู้สึกว่าต้องกินอยู่เรื่อย ใครที่ครอบครองยาตัวนี้ จะถือว่าผิดกฎหมาย เพราะ อย.ไม่อนุญาตให้ขาย ถ้าเอาเข้ามาจำหน่าย เท่ากับจำหน่ายยาที่ไม่มีทะเบียน คนขายจะโดนข้อหาขายยาไม่อนุญาตด้วย"
นายกสภาเภสัชกรรม ยังเตือนอีกว่า ยาตัวนี้เขานิยมแอบผสมอาหารเสริม โดยอ้างสรรพคุณลดความอ้วน ส่วนมากก็เติมยาพวกนี้ลงไป โดยจะออกฤทธิ์ต่อประสาทคล้ายๆ กับยาม้า ที่สมัยก่อนเขากินกัน
กิตติ พิทักษ์นิตินันท์
นอกจากนี้ เภสัชกร กิตติ ยังฝากเตือนถึงการกินยาดักไขมันอีกด้วยว่า การกินยาดักไขมัน จะมีผลกับกล้ามเนื้อ อาจจะทำให้เกิดกล้ามเนื้อฝ่อ กล้ามเนื้อสลายไปได้ บางคนที่กินแล้วแพ้ จะแสดงผลชัดเจน คือ ทำให้ปวดเมื่อยร่างกาย ตอนเช้าๆ จะลุกจากที่นอนไม่ค่อยขึ้น ถ้าเห็นผลแบบนี้ แสดงว่าแพ้ยาดักสลายไขมัน บางคนที่กินอาจจะไม่รู้ คิดว่าแค่ปวดเมื่อยปกติ ส่วนคนที่กินแล้วไม่เป็นอะไร ก็ถือว่าโอเค เพราะช่วยลดไขมันได้ ถามว่าควรกินหรือไม่ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องทฤษฎี เพราะเราถือว่าเราดูแลตัวเองได้ โดยไม่ต้องใช้ยา แค่ระวังเรื่องอาหารการกิน หมั่นออกกำลังกาย ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่ากินดีกว่า เพราะบางตำรายังบอกว่า ยาดักไขมัน ก็ไม่ได้ช่วยให้ลดน้ำหนักได้
"ถ้าต้องการลดความอ้วนจริงๆ ก็แค่ลดอาหาร และออกกำลังกาย หากจำเป็นต้องใช้ยา ก็ควรจะไปปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาในอินเทอร์เน็ต ไม่น่าเชื่อถือเลย เพราะมันผิดกฎหมาย ที่สำคัญ ยาที่ซื้อมาเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเป็นยาจริงหรือปลอม หากจำเป็นต้องซื้อจริงๆ ควรซื้อจากร้านที่ใบอนุญาตชัดเจนดีกว่า"นายกสภาเภสัชกรรม กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทีมเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนที่กินยาลดความอ้วนที่มีตัวยาดังกล่าวผสมอยู่ 2 ราย โดยทั้งสองรายยอมรับว่า หลังจากรับประทานอาหารที่มีตัวยาดังกล่าวผสมไม่นาน น้ำหนักก็เริ่มลด โดยเห็นผลเร็วจริง เพราะไม่รู้สึกอยากอาหาร แต่ก็จะเกิดอาการข้างเคียงคือ รู้สึกปวดหัว อีกราย จะมีอาการปากซีด 

Cr.ไทยรัฐออนไลน์

, , , ,

ต้องดูของ 6 สิ่งที่กินแล้ว ช่วยแก้หิวแถมลดพุงอย่างเห็นผล

ต้องดู!!! ของ 6 สิ่งที่กินแล้ว ช่วยแก้หิว แถมลดพุงอย่างเห็นผล




ปัจจัยที่ทำให้ผู้คนยุคนี้พุงปลิ้น ก็คือ กินแป้ง นอนดึง นั่งนาน นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ บอกว่า พร้อมแนะนำของกินกรุบกริบที่กินแล้วไม่อ้วน แถมหาง่าย ใกล้ตัว และราคาก็ไม่แพงเลย เรียกว่า อยู่ท้อง ไร้พุง สบายกระเป๋า

มาดูของ 6 สิ่งที่กินแล้ว ช่วยแก้หิวได้ แถมหาซื้อง่าย ลดพุงไว ได้แก่





1 เม็ดแมงลัก อาการลดพุงแสนคลาสสิก แต่ประโยชน์ล้น

เพราะมีพระเอกสำคัญคือ วิตามินเอที่สูงปรี๊ดกับเส้นใยละลายน้ำ ที่ดูเป็นวุ้นใสเมื่อแช่น้ำนั่นและครับ ช่วยพองในน้ำให้อิ่มแต่ไม่อ้วน เทคนิคกินง่ายๆก็คือ แช่น้ำให้พองเต็มที่ก่อน อย่าใจร้อนแล้วค่อยปรุงรับประทาน

2 ถั่วลิสง ของกินช่วยลดหิวได้



ใช้แทนของว่างที่แสนอ้วนอย่างมันฝรั่งทอด การรับประทานถั่วลิสงขั้วแบบไม่ปรุงรสจะให้ความรู้สึกอิ่มท้องจากใยอาหารถั่วที่มีอยู่อย่างอุดม แม้ถั่วจะมีพลังงานสูง แต่ด้วยใยอาหารของมันกับโปรตีนนี่เองครับที่ช่วยให้รู้สึกไม่หิวจนเกินไป

3 แอปเปิ้ลเขียว




ผลไม้ที่อุดมไปด้วย เพคติน ช่วยให้อิ่ม หยิบทานง่าย และเก็บไว้ได้นาน เก็บไว้ทานในตู้เย็นที่ออฟฟิสก็ได้ ใช้เป็นมาตรวัดความหิวแบบง่ายๆ ถือถ้าหิวขึ้นมาให้ถามตัวเองว่าหิวขนาดกินแอปเปิ้ลได้สักลูกไหม ถ้าใช่ก็อย่ารอเลยครับ รีบหยิบมากินให้หายท้องหิวทันที 

4 มะนาว 


หามะนาวติดบ้านหรือออฟฟิสไว้ ไม่มีเวลาจริงๆ ก็บีบเข้าปากเลยก็ยังได้ น้ำมะนาวขมนิดๆ จะช่วยให้รู้สึกหายหิวได้นานนักชั่วโมงหลังจากกิน เพราะสารพิเศษจากเปลือกนั่นเองครับ

5 ทูน่า 


ติดทูน่ากระป๋องไว้ทุกที่ จะใส่ในกระเป๋าถือหรือเป้ทำงานก็ได้ เก็บง่ายอยู่ได้ทนดี เพราะทูน่าช่วยให้อิ่มจากโปรตีนล้วนๆ เปี่ยมไปด้วยคุณค่าจะไขมัน ต้านความชราอย่าง โอเมก้า 3 ที่อยู่ในปลากระบ๋องเช่นกัน

6 ไข่ต้ม



อาหารที่ช่วยลดความอ้วนได้ผลชะงัด การรับประทานไข่มีส่วนช่วยลดไขมันได้จากงานวิจัยใหม่ๆ ส่วนไข่ขาวก็เป็นโปรตีนล้วน ที่ช่วยให้ไม่โทรมจากการลดน้ำหนัก เพราะมันสร้างกล้ามเนื้อที่เผาผลาญไขมันโดยธรรมชาติ 



ที่มา : blogspot 

, , , ,

วิธีลดหน้าท้อง ลดพุง ด้วยวิธีดีท็อกซ์ง่ายๆ

วิธีลดหน้าท้อง ลดพุง ด้วยวิธีดีท็อกซ์ง่ายๆ


เรารู้กันหรือไม่ว่าอุจจาระตกค้างในลำไส้แต่ละวันนั้นมีมากถึงประมาณ 10 กิโลกรัม ซึ่งอุจจาระที่ตกค้างในร่างกายนี้มาจากอาหารที่เราทานเข้าไปแบบเร่งรีบ, การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดเพียงพอ, การทานอาหารที่มีกากใยน้อย, ทานอาหารที่ย่อยยาก , การทานอาหารที่มีพยาธิหรือเชื้อราที่ทำให้ระบบย่อยอาหารมีความผิดปกติ, การทำงานของระบบดูดซึมเสียเพราะน้ำมันพืชเคลือบในลำไส้ทำให้น้ำที่เราดื่มเข้าไปไม่มีการหมุนเวียน  สำหรับการไม่ถ่ายอุจจาระในช่วงเวลาตี 5 ถึง 7โมงเช้า เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้อุจจาระตกค้างในลำไส้ทั้งสิ้น ส่งผลให้ลำไส้ทำงานไม่เป็นปกติ จะมีการบีบให้อุจจาระขึ้นไปส่วนบนทำให้อุจจาระขาดช่วง เวลาถ่ายจึงถ่ายออกไม่หมดโดยที่เราไม่รู้ตัว
วิธีลดหน้าท้องที่มารูปภาพประกอบ lose weight fast
อุจจาระที่คั่งค้างเหล่านี้จะไปเกาะที่ผนังลำไส้ พอมีอุจจาระใหม่ที่เหลวกว่าก็จะแซงหน้าออกไปก่อน แต่อุจจาระที่ค้างแข็งก็จะยังคงเกาะติดแน่นอยู่ในผนังลำไส้ พอนานๆเข้าก็จะไปกดทับเส้นเลือดต่างๆในกระเพาะและกดทับกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมาได้ เช่น ปวดหลัง ท้องอืด ปวดขา ปวดกล้ามเนื้อที่สะบักและไหล่ อ่อนเพลีย เวียนหัว นอนไม่ค่อยหลับ เป็นไมเกรน ฝ้า และอื่นๆ
เราจึงมาแนะนำวิธีการดีท็อกซ์ เพื่อให้เกิดการขับถ่ายอุจจาระในช่วงเวลา 7 โมงเช้า เป็นเรื่องปกติ ทำให้เราไม่มีของเสียตกค้างในลำไส้ ก่อนที่เราจะมีดูสูตรวิธีการดีท็อกซ์ลำไส้ เรามาดูประโยชน์ของการดีท็อกซ์กันก่อนดีกว่า
ประโยชน์การดีท็อกซ์
1. ล้างลำไส้ช่วยให้มีการขับของเสียได้ดี โดยไม่ต้องพึ่งยาระบาย โดยเฉพาะท่านที่มักท้องผูก
2.  ประโยชน์ของการล้างลำไส้ช่วยล้างลำไส้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เกิดการระคายเคืองต่อ
3. ช่วยทำให้ผิวเรามีสุขภาพดี เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล
4. ช่วยให้พุงยุบ ไม่มีของเสียตกข้างอยู่ในลำไส้ของเรา
5.  ระบบขับถ่ายและการไหลเวียนภายในร่างกายสมดุลยิ่งขึ้น
6.  ช่วยล้างไขมันในลำไส้เล็ก และยังมีไขมันฝ่ายดีและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
วิธีลดหน้าท้อง สูตรดีท็อกซ์ลำไส้สุขภาพดี ผิวสวย พุงยุบ
นมสด+โยเกิร์ต+น้ำผึ้ง+มะนาว
» กินช่วงเช้า  เวลาประมาณ 5.00 – 12.00 น. กินตอนท้องว่าง ตื่นมาแล้วกินเลย จะช่วยในเรื่องของการลดความอ้วน ลดพุง
» กินช่วงบ่าย  เวลาประมาณ 13.00-15.00 น. จะไปช่วยย่อยขยะในลำไส้เล็กเพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็น บี 12 ส่งไปเลี้ยงสมองได้ดีมาก
» กินช่วงเย็น เวลาไหนก็ได้ก่อนนอน ตอนที่ท้องเราว่าง จะช่วยในเรื่องของการลดความอ้วน ลดพุง ย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการกินช่วงเช้า
นมสดรสจืดต้องใช้ชนิดที่เป็นนมโคแท้100%เท่านั้นขนาด180 มล.1กล่อง+โยเกิร์ต(ใช้รสธรรมชาติเท่านั้น) ครึ่งถ้วย +น้ำผึ้ง1ช้อนชา +มะนาวครึ่งลูก
บีบน้ำมะนาวใส่แก้ว/เติมน้ำผึ้ง/ใส่โยเกิร์ต/ใส่นม คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวยกขึ้นดูน้ำผึ้งไม่ติดช้อนแล้ว ทานทันที ไม่วางไว้ ไม่แช่เย็น
โยเกิร์ตควรแช่เย็น แต่สำหรับนมไม่ควรแช่เย็น หากนำนมเก็บไว้ในตู้เย็นควรให้นำไปอุ่นก่อนโดยแช่ในน้ำที่ต้มร้อนแล้วเพื่อคลายเย็นไม่ต้องต้มร้อน
detox1ที่มารูปภาพประกอบ darafashion.gmember.com
วิธีลดน้ำหนักด้วยเม็ดแมงลัก ดีท็อกซ์ล้างพิษ ล้างลำไส้
เม็ดแมงลัก (ชื่อภาษอังกฤษ คือ Hoary basil ต่อมาเปลี่ยนเรียกเป็น Lemon basil)  แนะนำวิธีดีท็อกซ์ล้างพิษ ล้างลำไส้ ล้างทำความสะอาดของเสียภายในร่างกาย  ง่ายๆ ไม่ยากแค่นำเม็ดแมงลัก ตักใส่แก้วประมาณ 2 ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 แก้ว ตั้งทิ้งไว้ 30 นาที เมื่อเม็ดแมงลักแตกตัวเต็มแก้วก็นำมาดื่มก่อนนอน สำหรับใครที่ไม่ชอบรสชาติแบบเพียวๆ ของเม็ดแมงลักเราอาจจะใส่น้ำผึ้ง น้ำสมุนไพรที่เราชอบ น้ำหวานเฮลบลูบอย (แนะนำเป็นสีแดงนะค่ะกลิ่นไม่ฉุนเท่าสีเขียว แต่ถ้าใครชอบเฮลบลูบอยสีเขียวก็ใส่ได้ตามชอบเลยจ้า) การปรุงรสชาติเข้าไปจะทำให้เราทานง่ายขึ้น สำหรับเม็ดแมงลักนั้นจะมีใยอาหารสูงและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ที่ดีต่อร่างกาย จึงช่วยในการลากอุจจาระที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว เราสามารถทานเม็ดแมงลักเป็นปกติได้ทุกวัน หรือ 3 – 4 วันต่อสัปดาห์ หรือจะทานช่วงเที่ยงร้อนๆ เติมน้ำแข็งลงไปเพื่อดับกระหายคล้ายร้อนไปในตัว นอกจากนี้  เม็ดแมงลักยังเป็นเมนูเครื่องดื่มที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ลดหน้าท้อง ลดพุงที่ดีอีกด้วย เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดพลังงาน แถมยังช่วยให้เราระบายถ่ายคล่อง  อีกทั้งยังช่วยในการลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย  นับว่าเป็นเครื่องดื่มสารพัดประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายเราอย่างมากเลยจ้า
เม็ดแมงลัก ลดน้ำหนัก ล้างลําไส้
* หมายเหตุ : ข้อควรระวังในการทานเม็ดแมงลัก คือ ต้องรอให้เม็ดแมงลักแตกตัว พองตัวเต็มที่เสียก่อน เพราะแทนที่จะช่วยระบาย ก็อาจจะกลายเป็นทำให้ท้องผูกแทนได้ทันที
ดีท็อกซ์ขับถ่ายของเสีย ด้วยวิธีธรรมชาติ
สูตรที่ 1 – ดื่มนมสด 2 กล่อง (ปริมาณรวมประมาณ 500มิลลิลิตร) + กล้วยน้ำว้า 2 ผล
ควรทานก่อน 6 โมงเช้าเพื่อให้ร่างกายขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายก่อนที่เราจะทานอาหารเช้า แนะนำให้ช่วงแรกๆควรทานติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน เมื่อเราขับถ่ายอุจจาระเป็นเวลา คือก่อน 7 โมงเช้าแล้ว เราก็สามารถลดปริมาณการทานเหลือเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้งได้จ้า
สูตรที่ 2 – ผักบุ้ง 2 กำมือ ผัดหรือต้ม
สาเหตุที่ให้ทานผักบุ้ง เพราะผักบุ้ง  ในผักบุ้ง 100 กรัมจะให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี่ และประกอบด้วยเส้นใย วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆอีกด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น  ช่วยป้องกันโรคท้องผูก  ช่วยทำความสะอาดของเสียที่ตกค้างในลำไส้  ผักบุ้งจีนมีฤทธิ์ช่วยในการขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะเหลือง ช่วยแก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายออกมาเป็นเลือด ด้วยการใช้ลำต้นคั้นนำน้ำมาผสมกับน้ำผึ้งดื่ม ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ฯลฯ เห็นไหมละค่ะว่าแค่ผักบุ้งตัวเดียวก็ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมายจริงๆ  สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักควรจะทานเป็นผักบุ้งต้ม ดีกว่านะค่ะ จะได้ไม่เพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกายมาก



ดีท็อกซ์สำไส้ด้วยลูกพลัม ปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด
         ลูกพลัมหรือพรุน มีโพแทสเซียมและเหล็กเข้มข้นกว่าพลัมสด ความหวานของพรุนเกิดจากน้ำตาลธรรมชาติหลายชนิด มากกว่าหนึ่งในสามของพรุนเป็นน้ำตาล มีทั้งน้ำตาลฟรักโทสและกลูโคส เมื่อกินพรุนร่างกายจึงได้รับพลังงานอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีเส้นใยอาหารทั้งชนิดละลายน้ำและชนิดไม่ละลายน้ำ จึงช่วยเพิ่มกากใยอาหารในลำไส้ บรรเทาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ มีสรรพคุณเหมือนยาระบายอ่อนๆ ทำให้ขับถ่ายคล่อง และป้องกันมะเร็งลำไส้ได้อย่างดีเยี่ยม ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักคงถูกใจไม่น้อยกับสรรพคุณของพรุน เพราะไม่มีไขมันและคอเลสเตอรอล อีกทั้งเส้นใยอาหารยังช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นาน จึงเป็นการลดปริมาณการกินอาหารหรือขนมขบเคี้ยวอย่างอื่นไปด้วย ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มกินพรุนอาจมีอาการท้องอืดเล็กน้อย แต่แบคทีเรียภายในลำไส้จะค่อยๆ ปรับตัว โดยการสร้างเอนไซม์ย่อยเส้นใยมากขึ้น 

, , , , ,

ผอมแห้งแต่ทำไมลงพุง? ปัญหาใหญ่ของสาวไซส์เล็ก

ผอมแห้งแต่ทำไมลงพุง? ปัญหาใหญ่ของสาวไซส์เล็ก


เอ๊ะ! ทำไมทั้งที่ผอม แต่ทำไมถึงลงพุงเป็นแบบนี้? สำหรับคนที่ผอมหลายๆ คนอาจะต้องเคยเผชิญกับปัญหานี้ หาวิธีทางแก้ไขยังไงพุงก็ไม่ยอมลดลงสักที จะออกกำลังกาย ควบคุมอาหารก็แล้ว สักเหนื่อยใจซะแหละ สุดท้ายก็เลยปล่อยไม่ทำอะไรเลยดีกว่าปล่อยให้มันหายไปเอง...เราขอบอกว่าอย่าทำอแบบนี้เด็ดขาดนะ เพราะมันจะยิ่งทำให้แย่ลง


ผอมแห้งแต่ทำไมลงพุง? ปัญหาใหญ่ของสาวไซส์เล็ก
รู้มั้ย? เพราะอะไรถึงได้เป็นแบบนี้ เพราะไขมันในช่องท้องสลายยากจนกลายเป็นพุงแทนที่จะถูกนำไปใช้ให้เป็นพลังงาน อ้อ! ที่สำคัญนะจ๊ะ การออกกำลังกายลดไขมันเฉพาะส่วนก็ช่วยไม่ได้ แม้แต่การซิทอัพด้วยก็ตาม ช่วยอะไรไม่ได้เลย แล้วเราจะทำไงดีนะ...
ผู้ชาย : นั่งแล้วพุงออก เวลาใส่เสื้อผ้าก็ต้องเขม่ว ดูแล้วเสียบุคคลิกสุดๆ

ผู้หญิง : ใส่เดรสทีไรเหมือนคนท้องทุกที พุงนำหน้านมไปแล้ว นมก็ยิ่งดูเล็กไปใหญ่เลย
นอกจากนี้ยังเป็นตัวการทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามหาอีกด้วย "โรคเรื้อรังตามมาแน่ ถ้ายังไว้พุงแบบนี้"

1. โรคหัวใจขาดเลือด อาการของโรคจะรู้สึกเจ็บหน้าอก หอบ เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ใจสั่น ขาบวม เป็นลม และวูบบ่อยๆ

2. โรคอัลไซเมอร์ มีอาการหงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายกว่าปกติ สับสนเรื่องเวลา และที่สำคัญอาการของคุณจะเริ่มหนักขึ้นจนไม่รู้ตัวว่าวันหนึ่งทำอะไรลงไป มั้ง ชอบทำแบบนั้นซ้ำๆ อยู่ตลอด จำคนอื่นไม่ได้ แม้แต่คนในครอบครัว

3. โรคภูมิแพ้ ซึ่ง อาการของโลกภูมิแพ้ จะมีหลากหลายอาการด้วยกันขึ้นอยู่กับว่า คุณจะเป็นภูมิแพ้อะไร เช่น บางคนอาจจะรู้สึกคัดจมูก มีผื่นแพ้ ลมพิษขึ้นตามผิวหนัง เป็นต้น

4. โรคหลอดเลือดสมองตีบ 
มี อาการอ่อนแรงตามแขน ขา ปวดหัวอย่างรุนแรง ทรงตัวไม่อยู่ เดินเซไปเซมา พูดอ้อแอ้ ไม่เข้าใจคำพูด ซึมลง บางคนอาจถึงขั้นหมดสติไปเลยก็ได้
5. โรคหยุดหายใจขณะหลับ อันนี้ก็เป็นอีกโรคที่น่ากลัว เพราะจะมีอาการกรนเสียงดัง หายใจเฮือกๆ หรือสำลักระหว่างการนอน คอแห้งขณะตื่น นอกจากนี้ยังมีอการปวดศีรษะในตอนเช้า ไม่มีสาธิตในการทำงาน อารมณ์แปรปรวนง่าย




ตัวการที่ทำให้ลงพุงแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวมีอะไรบ้างนะ?
1. นั่งๆ นอนๆ ไม่ยอมออกกำลังกายเลย

2. เครียดเป็นประจำวัน
3. กินขนมถุงฟาสต์ฟูดไม่ขาดปาก

4. กินอาหารจำพวกของทอด อาหารกึ่งสำเร็จรูป มากเกินไป

5. ดื่มแอลกอฮอล์จนพุงโร

6. สูบบุหรี่ทำร้ายตัวเอง





วิธีกำจัด "พุงย้อย" ให้หน้าท้องแบนราบ ใส่ชุดอะไรก็เริ่ด
1. ไม่เครียด จะช่วยลดฮอร์โมนที่สะสมอยู่ในไขมันหน้าท้องได้

2. เลี่ยงไม่ดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม 
เพราะมันเป็นตัวบำรุงไขมันชั้นดีเลยแหละจ๊ะ

3. หัดนอนเร็ว
 เพื่อฮอร์โมนแลปตินสลายไขมันได้มากขึ้น

4. ลดอาหารจำพวกแป้ง เน้นถั่วลิสง เนื้อไก่ ผักบุ้ง เพราะดูดซึมง่าย

5. ลดเลิก แอลกอฮอล์ และหยุดสูบบุหรี่
 ตัวการสำคัญที่ทำให้ลงพุง

6. หันมาออกกำลังกาย 
ลองเล่นเวทเทรนนิ่งสัก 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อแทนที่ไขมัน




ที่มา : yenta4.com

, , , ,

เรื่องกล้วยๆ แต่ช่วยดูแลสุขภาพคุณได้ ไม่เชื่อต้องลอง

กินกล้วยตอนเช้าได้ประโยชน์จริงหรือ?
เรื่องอาหารการกินและสุขภาพ เราจำเป็นต้องดูแลทั้งอาหารการกินการออกกำลังกาย อะไรที่ดีต่อร่างกายและเป็นประโยชน์ ก็ต้องหมั่นเลือกรับประทาน การกินกล้วยในตอนเช้า มีหลายท่านบอกต่อ ๆ กันมาว่า เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำให้น้ำหนักลดได้ แต่บางท่านก็บอกว่า การกินกล้วยในตอนเช้าจะส่งผลเสียต่อกระเพาะอาหารของเราได้เช่นเดียวกัน งานนี้เล่นเอาสับสนไปตาม ๆ กันเลย
สำหรับวิธีการกินกล้วยเพื่อลดน้ำหนักนี้  เป็นวิธีที่บอกต่อกันมานานแล้ว ถ้าเรารับประทานเป็นประจำทุกเช้า แต่ก็มีข่าวลือออกมาเช่นเดียวกันว่า ไม่สมควรกินกล้วยในตอนที่ท้องว่าง แล้วเราจะทราบได้อย่างไร ว่าตกลงเราควรกินกล้วยตอนไหนดี ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพกันแน่ เรามาลองหาคำตอบกันดู
สำหรับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และผลงานการวิจัยทางด้านสุขภาพได้ออกมาย้ำชัด ๆ เลยว่าถ้าหากว่าเรากินแล้วทุกวันในตอนเช้าจะช่วยทำให้ร่างกายของเราดูดซึมประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ต้องการลดความอยากของหวานในช่วงสวย ๆ หรือในช่วงบ่าย ถ้าหากว่ากินกล้วยทุกเช้าจะช่วยแก้อาการนี้ไปได้ และในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการขับถ่ายและลำไส้ อาการเหล่านี้จะหายไปแน่นอนถ้ากินกล้วยเป็นประจำ เพราะกล้วยอุดมไปด้วย วิตามินบี 1 บี 2 ช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน และมีคาร์โบไฮเดรตที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีไฟเบอร์ที่สามารถละลายได้ในน้ำ ซึ่งเมื่อตกลงไปในระบบย่อยอาหารจะดูดซับและพองตัวทำให้รู้สึกว่าอิ่มได้นานนั่นเอง
สรุปง่าย ๆ ก็คือ กินกล้วยในตอนเช้าจะให้คุณประโยชน์กับร่างกายของเราได้อย่างแน่นอน และในคนที่กำลังลดน้ำหนัก แนะนำให้รับประทานกล้วยน้ำว้า 1-2 ลูกพร้อมน้ำเปล่า 1 แก้ว หลังจากที่ตื่นนอน รับรองเลยว่าน้ำหนักตัวของคุณจะลดลงอย่างเห็นผลอย่างรวดเร็วแน่นอน แต่ก็ต้องควบคู่ไปกับการเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

 

ลดน้ำหนักเร่งด่วนด้วยผลไม้ สนใจโทร 0863660842 © 2012 | Designed by Cheap Hair Accessories

Thanks to: Sovast Extensions Wholesale, Sovast Accessories Wholesale and Sovast Hair