แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไปรไบโอติกส์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไปรไบโอติกส์ แสดงบทความทั้งหมด
, , , , , ,

ลดอ้วนด้วยยาลดน้ำหนัก ต้นตอของอาการ “โยโย่ เอฟเฟค” (YoYo Effect)

ลดอ้วนด้วยยาลดน้ำหนัก ต้นตอของอาการ “โยโย่ เอฟเฟค” (YoYo Effect)



ต้นตอของอาการโยโย่ เกิดจากการทานยาลดน้ำหนักที่มีส่วนผสมของสารกดประสาท เพื่อให้คนที่กินยาลดน้ำหนักทานอาหารได้น้อยลง เมื่อทานอาหารน้อยลง ร่างกายก็จะได้รับพลังงานน้อยลง ร่างกายก็จะไปดึงเอาพลังงานจากไขมันที่สะสมในร่างกายมาใช้ จึงส่งผลให้น้ำหนักลดลง แต่การที่ทานอาหารน้อยลง ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร (โดยเฉพาะโปรตีน) ผลที่เกิดขึ้นกับร่างกาย คือ แม้น้ำหนักจะลดลง แต่สูญเสียโปรตีนที่จะไปช่วยเพิ่มพลังงานให้กล้ามเนื้อไปด้วย



เมื่อร่างกายสูญเสียโปรตีนก็จะเผาผลาญน้อยลง ซึ่งการทานอาหารที่ได้พลังงานน้อยเกินไป ร่างกายจะมีการปรับตัวแบบผิดๆ เช่น กินยาลดน้ำหนักร่างกายจะเข้าใจผิดว่าอยู่ในสภาวะขาดอาหาร ร่างกายจะเริ่มหาวิธีประหยัดพลังงาน เพื่อทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานน้อยลง ทำให้ร่างกายเผาผลาญน้อยลง



แต่หากทานยาลดน้ำหนักต่อเนื่องและนานวันเข้า จะยิ่งเสียโปรตีน (กล้ามเนื้อ) ไปมากเท่านั้น และยิ่งทำให้ร่างกายทำงานน้อยลงเท่านั้น ซึ่งหากร่างกายเผาผลาญได้น้อยลง การลดน้ำหนักก็จะยิ่งยากและน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างง่ายดาย เช่น ปกติร่างกายจะเผาผลาญประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี่/วัน แต่หลังจากทานยาลดน้ำหนัก ระดับการเผาผลาญอาจลดลงเป็น 1,200-1,500 กิโลแคลอรี่/วัน (หรือต่ำกว่า) ซึ่งนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “หายนะ”

, , , , ,

ลูกไหน คือ ลูกพลัม ลูกพรุน

  "ลูกไหน คือ ลูกพลัม ลูกพรุน" 

เพิ่งรู้ว่า "ลูกพรุน ลูกไหน ลูกพลัม" คือผลไม้ชนิดเดียวกัน
ลูกพรุน (Prunes) / ลูกพลัม (Plum) / ลูกไหน

หลายคนคงสงสัยว่าผลไม้นี้เรียกว่าอย่างไรกันแน่ แล้วมันต่างกันอย่างไร
ผลไม้ ทั้ง 3 ชนิดนี้คือ ผลไม้ชนิดเดียวกัน เพียงแต่ลูกพรุนคือผลจากการนำลูกพลัมมาตากแห้ง ส่วนลูกไหน ก็เป็นชื่อที่คนจีนเรียกลูกพลัมนั่นเอง



ลูกพรุนนี้มีคุณค่าอาหาร สูงมาก อุดมไปด้วยไฟเบอร์ (เส้นใย) แมกนีเซียม เหล็ก โปแตสเซียม และวิตามินบี สำหรับสาวๆที่อยากลดน้ำหนักกินลูกพรุนเยอะๆจะดีมาก เพราะลูกพรุนมีไขมันต่ำ แคลอรี่น้อย และสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ อีกด้วย


ลูกพลัม สายพันธุ์ ซานต้าโรซ่า (Santa Rosa plum)

American prune


ประโยชน์
1. มีกากใยธรรมชาติ Dietary fiber จำนวนมากหลายชนิด ซึ่งเป็นทั้งชนิดที่ละลายน้ำได้ และละลายน้ำไม่ได้ ยังมีส่วนช่วยลดโคเลสเตอรอลได้
2. ลดไขมันในเลือด (LDL cholesterol)
3. มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก
4. เป็นอาหารที่มีวิตามินซี วิตามินอี แหล่งที่ดีของธาตุเหล็ก และไฟเบอร์ หรือกากใยอาหาร
5. น้ำลูกพรุนแม้จะมีรสหวานแต่ประกอบไปด้วยน้ำตาลหลายชนิด ฟรุคโตสและซอร์บิทอล ซึ่งไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างรวดเร็ว
6. ช่วยระบายรักษาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัย ทั้งในผู้ใหญ่และแม้ในเด็กเล็ก (แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กก็ควรปรึกษาแพทย์ด้วยเสมอ)


ข้อควรระวังในน้ำลูกพรุน
เนื่องจากน้ำลูกพรุน มีโปแตสเซียมสูง จึงไม่ควรรับประทานในผู้ป่วยโรคไตวาย ระยะหลังที่ได้รับการ ล้างไต แต่ถ้าไม่ได้เป็นโรคไตชนิดนี้ก็จะรับประทานได้โดยปลอดภัย และไม่ทำให้เป็นโรคไตใดๆ ทั้งสิ้น รับประทานจะมีผลดีต่อสุขภาพ โดยไม่ทำให้เกิดโรคไตวายแต่อย่างใด
นอกจากนี้น้ำลูกพรุน มีส่วนช่วยระบาย จึงไม่ควรรับประทานเป็นจำนวนมาก เพราะจะทำให้ท้องเสียได้ในบางคน ไม่ควรรับประทานครั้งละมากๆ รับประทานครั้งละ 15-30 ซีซี ต่อคน
น้ำลูกพรุนจึงเป็นอาหารที่มีประโยชน์มีวิตามิน แร่ธาตุและใยอาหารสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีรสชาติอร่อย น่ารับประทาน และยังช่วยระบาย ซึ่งนับเป็นยาระบายที่ปลอดภัยแม้ในเด็ก



http://board.postjung.com/

, , , ,

Probiotics แบททีเรีย..มหัศจรรย์ มีประโยชน์มากกว่าโทษ

โปรไบโอติกส์ แบคทีเรีย..มหัศจรรย์ มีคุณประโยชน์มากกว่าโทษ


, , , ,

โปรไบโอติกส์ แบคทีเรีย..มหัศจรรย์ มีคุณประโยชน์มากกว่าโทษ

                โปรไบโอติกส์ แบคทีเรีย..มหัศจรรย์ มีคุณประโยชน์มากกว่าโทษ


โปรไบโอติกส์ (อังกฤษ: Probiotics) หมายถึง แบคทีเรียในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่ ในรูปที่เป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เมื่อรับประทานด้วยปริมาณที่พอเหมาะจะส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค เช่น โยเกิร์ต และนมเปรี้ยวหลากหลายยี่ห้อในท้องตลาด แต่ไม่นับรวมถึงนมเปรี้ยวพร้อมดื่มประเภทยูเอชที เพราะไม่มีแบคทีเรียกรดนมเหลืออยู่ เนื่องจากผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อที่ความร้อนสูง นอกจากผลิตภัณฑ์สำหรับคนแล้ว ยังมีโปรไบโอติกส์สำหรับเสริมสุขภาพของปศุสัตว์และประมง ออกจำหน่ายด้วย อย่างไรก็ตามปัจจุบันได้มีผู้ประกอบการนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากในโปรไบโอติกส์มีสารเฉพาะที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายและช่วยป้องกันการท้องผูกด้วย



สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย
ตีแพร่บทความออกมาฉบับหนึ่งระบุว่า ปัจจุบันทุกคนรวมทั้งแพทย์ และนักโภชนากรได้ให้ความสนใจเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ (functional food) เป็นอย่างมาก เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และช่วยป้องกันโรคต่างๆ รวมทั้งโรคมะเร็งได้ ซึ่งทั้ง โปรไบโอติกส์, พรีไบโอติกส์ และซินไบโอติกส์ จัดอยู่ในอาหารกลุ่มนี้ด้วย

โปรไบโอติกส์คืออะไร? มีประโยชน์ และโทษอย่างไรบ้าง?


ตามเกณฑ์ขององค์การด้านอาหารและเกษตรของสหรัฐอเมริกา (Food and Agriculture Organization, FAO) ระบุว่า โปรไบโอติกส์ (probiotics) คือ จุลชีพที่มีชีวิติ (สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็กมากๆ  ที่สำคัญ คือ แบคทีเรีย) ซึ่งเมื่อบริโภคในปริมาณเหมาะสมจะส่งผลให้มีสุขภาพที่ดี โดยปัจจุบันที่ยอมรับมีแบคทีเรีย 2 ชนิดที่มีคุณสมบัติเป็น โปรไบโอติกส์ ได้แก่ แบคทีเรียชนิดแลคโตบาซิลลัส (lactobacillus) และชนิดบิฟิโดแบคทีเรียม (bifidobacterium) ซึ่งแบคทีเรียทั้งสองชนิดดังกล่าว ยังแบ่งออกเป็นอีกหลายสายพันธ์ย่อยๆ แต่มีเพียงบางสายพันธ์ย่อยเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเป็น โปรไบโอติกส์ ดังนั้น อาหารโปรไบโอติก คือ อาหารที่มีส่วนผสมของโปรไบโอติกส์ ซึ่งที่เราคุ้นเคย คือ นมเปรี้ยว และโยเกิร์ต
โปรไบโอติกส์ โดยทั่วไปเป็นแบคทีเรียประจำถิ่น (normal flora) ในลำไส้ใหญ่ของทุกคน ซึ่งในกระเพาะอาหาร  ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ของทุกคน มีแบคทีเรียประจำถิ่นหลากหลายชนิดรวมกันอยู่เป็นหลายๆ ล้านตัว คิดเป็นสัดส่วนมีสูงกว่าเซลล์ต่างๆ ในร่างกายถึง 10 เท่า โดยมีอยู่น้อยกว่ามากในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก แต่มีอยู่มากมายในลำไส้ใหญ่ ซึ่งการมีสุขภาพที่ดีขึ้นกับสมดุลของแบคทีเรียเหล่านี้กับเซลล์เยื่อบุลำไส้ และกับระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย (ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการสร้างในบริเวณลำไส้ต่างๆ โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่)



ประโยชน์ของโปรไบโอติกส์
จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่า โปรไบโอติกส์ ในปริมาณที่เหมาะสมได้สมดุล
-ช่วยลดจำนวนของแบคทีเรียที่ก่อโรค
-ช่วยกำจัดสารพิษต่างๆ รวมทั้งสารก่อมะเร็ง
-ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรค โดยเฉพาะโรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร โรคท้องเสียในเด็กอ่อน โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ  
-ช่วยลดการอักเสบในลำไส้  
-ช่วยสร้างและช่วยการดูดซึมวิตามิน และเกลือแร่หลายชนิด เช่น วิตามิน เค (ช่วยการแข็งตัวของเลือด) และวิตามิน บี  
-ช่วยลดโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้ และอาจช่วยลดการดูดซึมไขมัน คอเรสเตอรอล (cholesterol)


โทษของโปรไบโอติกส์

โทษของโปรไบโอติกส์ มักจะเกิดจากการได้รับโปรไบโอติกส์จำนวนมากเกินไป หรือได้รับโปรไบโอติกส์ในขณะมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ เช่น ในขณะได้ยาเคมีบำบัด หรือ ขณะมีเม็ดเลือดขาวต่ำ โปรไบโอติกส์ เหล่านี้จึงอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ และมีรายงานเป็นการติดเชื้อถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นผู้ป่วยทุกโรค รวมทั้งโรคมะเร็ง เมื่อจะบริโภคอาหารที่มีโปรไบโอติกส์ ควรปรึกษาแพทย์/พยาบาลก่อน ซึ่งในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด และ/หรือ มีเม็ดเลือดขาวต่ำ แพทย์มักแนะนำงดการบริโภคโยเกิร์ตและนมเปรี้ยวเสมอ นอกจากนั้นเมื่อบริโภคในปริมาณสูง ยังอาจเกิดโรคอ้วนจากการบริโภคอาหารไขมันปริมาณสูง

 

ลดน้ำหนักเร่งด่วนด้วยผลไม้ สนใจโทร 0863660842 © 2012 | Designed by Cheap Hair Accessories

Thanks to: Sovast Extensions Wholesale, Sovast Accessories Wholesale and Sovast Hair